ประวัติส่วนตัวผม

สวัสดีครับ ผมชื่อ วีระ ศรีหะรัญ

วัย 1-12ขวบ

  • เกิดเป็นลูกชาวนายากจน     อยู่กลางทุ่งที่กันดาร    ห่างไกลจากถนนดินลูกรัง 4 กม.
  •  คุณพ่อ เสียชีวิต   ตอนผมอายุ 10 ขวบ   คุณแม่มีลูกทั้งหมด 7 คน  ผมเป็นลูกคนที่ 3
  • คุณแม่ต้องจับคันไถ    ไถนาเองด้วยวัว- ควาย   ชีวิตลำบากเพิ่มขึ้นไปอีก

 

  • น้องคนสุดท้องของผม   อายุยังไม่กี่เดือน   ผมเห็นคุณแม่ร้องไห้เกือบทุกวัน   แต่คุณแม่ก็ยังยืนยันบอกกับลูกๆ  ว่า…..แม่เลี้ยงลูกได้…อยู่เสมอ

 

  • คุณแม่เป็นคนดีและขยันมาก  สอนให้ผมทำงานทุกๆ  อย่างตั้งแต่ยังเล็ก   ผมไม่เคยมีเวลาว่างได้วิ่งเล่น   เหมือนเด็กทั่วๆไป  อยู่กินประหยัดมาก  หากินแบบธรรมชาติจริงๆ คุณแม่เก็บออมเอาเงินไว้ให้ลูกเรียนเมื่อโตขึ้นจะได้ไม่ลำบาก (แม่พูด)
  • ทำให้ผมถูกฝึกความขยัน   ความอดทน มาเป็นเวลานานช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น  ทำให้ทุกวันนี้กลาย  เป็นคนมีนิสัยของความขยัน   อยู่นิ่งเฉยไม่ได้

 

  • ผมมีความฝันตั้งแต่เล็ก    อยากร่ำรวยมีเงินเยอะๆ   ผมชอบและรัก เล่นดนตรีมากตั้งแต่เด็ก   แต่ไม่มีโอกาส  เพราะยากจน   เห็นเครื่องดนตรีในรูปภาพหนังสือเรียน   อยากจะซื้อทำให้ผมมีความคิดว่า  จะทำอย่างไรถึงมีเงินมากๆได้ และชอบวาดรูป  ปั้นรูป   งานที่เกี่ยวกับศิลปะครับ
  • คุณแม่เป็นแบบอย่างที่ดี  เป็นคนสู้ชีวิต  เป็นคนขยัน  อดทน  มุ่งมานะ  สุดยอดจริงๆ ที่มีคำพูดว่า  “ตัวอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน”  จริงครับ

 

วัย 13-24ปี

  • ชีวิตผมมีความใฝ่ฝันอยากจะเรียนด้านดนตรีมาก   แต่ไม่มีใครแนะแนวทางสนับสนุน ด้านศิลปมีคุณครูแนะนำ  ก็ได้ไปสอบเข้าเรียน ศิลปะ   สาขาวิจิตรศิลป์  ไปเรียนในตัวเมืองห่างจากบ้าน   60 กม. ประมาณ 1 เดือน   ก็กลับบ้านไปช่วยคุณแม่ในวันเสาร์ อาทิตย์
  • ช่วงเรียน ปวช.นี้เอง ได้เจอเพื่อน ที่มีกีต้าร์ ก็ได้มีโอกาสหยิบยืมมาเล่น  ผมดีใจมากอายุย่าง 19 ปีแล้ว  ผมตั้งใจและหาคู่มือมาฝึกเองทั้งหมด  และเล่นเป็นอย่างรวดเร็ว    เพราะรัก และชอบมาก ไม่ยอมหลับยอมนอน  มันมีความสุขจริงๆครับ  ผมยังจำได้

 

  • ครั้นจบ ปวช.3   ก็มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพ   ไม่รู้จักใครเลยมากับเพื่อนๆ เด็กบ้านนอกเข้าเมืองกรุง  เอากระเป๋าผ้ามาใบเดียว   หวังมาเรียนหนังสือแล้วทำงาน  ให้ได้เงินเยอะๆอยากจะเป็นเจ้าของบริษัทสักแห่งให้ได้   เพื่อความร่ำรวย และโด่งดังด้านดนตรี

 

  • ได้เข้าสอบเข้าวิทยาเขตเพาะช่าง ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปะทุกแขนงผมได้เลือกแผนกจิตรกรรมสากล ไม่ว่าผมจะทำอะไร ผมตั้งใจ  และทำให้ดีที่สุด
  • คุณแม่ส่งเงินให้เดือนละ  800 บาท/เดือน เงินไม่พอใช้ คุณแม่มีลูกหลายคนต้องเฉลี่ยกันไป    ผมจำเป็นต้องหางานทำพิเศษหลังเลิกเรียน    เด็กศิลปะถ้าไม่ขี้เกียจมีงานให้ทำเยอะอยู่  ในขณะนั้น เพื่อให้มีเงินพอใช้

 

  • ได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนมากขึ้น  ในสิ่งที่ผมรักคือดนตรี  ก็ได้มาตั้งวงดนตรีเพื่อนนักศึกษา   ผมเล่นอยู่หลายวงที่เดียว  มีโอกาสไปประกวด  ตามมหาวิทยาลัย   ได้รับรางวัลชนะด้วย  ความคิดผมอยากจะโด่งดัง   แต่ทำได้ระดับหนึ่งเท่านั้น   ผมยังภูมิใจอยู่ถึงทุกวันนี้

 

  • ครั้นเรียนระดับปริญญาตรี  ผมต้องหาเงินเรียนเองทั้งหมด เพราะคุณแม่ไม่ส่งเงินให้แล้ว  คุณแม่บอกว่า  ทำงานได้แล้วผมก็ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย  แต่ต้องเลือกเรียนภาคสมทบ  ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร  กรุงเทพฯ  วิชาเอกศิลปศึกษา

 

  • ช่วงนี้ความคิดเป็นผู้ใหญ่มากยิ่งขึ้น  เป็นช่วงที่ใช้ชีวิตทุกรูปแบบในเวลาเดียวกันเป็นช่วงสุดยอดของความอดทนอีกครั้ง  ที่ไม่ลืมเลื่อน  เพราะทำงาน 3 อย่าง  พร้อมกัน 3 ปี

1.  ทำงานเป็นพนักงานบริษัท  เวลา   8.00-16.00น.
2.  เรียนต่อระดับปริญญาตรี     เวลา  16.30-21.00
3.  เล่น ดนตรีมืออาชีพ  ตามผับในบาร์  เวลา 23.00น.      กว่าจะกลับถึงบ้าน  นอนตี 2 ทุกคืนครับ

 

วัย 25- 40ปี

  • ช่วงกำลังจะจบการศึกษา  ผมได้ลาออกจากเป็นพนักงานบริษัท  มาประกอบอาชีพรับออกแบบงานด้านศิลปะ  งานจ๊อบเล็กๆ และรับงานพิมพ์ซิลสกรีน เล็กๆ น้อยๆ  แต่ผมคิดจะทำเป็นอาชีพ  และจะเปิดเป็นโรงพิมพ์ผ้า
  • ก็ขยันมุ่งมั่น  จนได้รับงานชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่ง จาก บริษัทที่แฟนผมทำงาน  ต้องจ้างวานเพื่อนที่เรียนช่วยกันทำงาน  ใช้เวลา 3 เดือน   ได้เงินมากพอ  ที่จะนำเงินไปดาวน์บ้านทาวน์เฮาส์ได้   แล้วใช้ที่บ้านหลังนี้ทำธุรกิจ   ผลิตสินค้ากิ๊ฟช็อป เป็นผู้ผลิตเอง ครบวงจร

 

  • ช่วงนั้นผมอายุย่าง 27 ปี  ผมซื้อบ้านได้ ก็ได้มีโอกาสชวนแฟนมาทำงานร่วมกัน และก็แต่งงานกัน  จัดงานเลี้ยงกันเองหลังจากนั้น  ให้แฟนออกจากงานมาช่วยกันทำงาน
  • ต่อมาธุรกิจค่อยๆ เติบโตมากขึ้น   ก็รับญาติมาช่วยทำงาน   จาก 1 คน  และเพิ่มขึ้น 2-3 คน   งานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ   เพราะผมเวลาทำอะไรตั้งใจ   และผลงานมีคุณภาพ  ลูกค้าประทับใจ  ขายส่งย่านสำเพ็ง  ประตูน้ำ ฯลฯ  เงินหมุนเวียนดีมากๆ

 

  • ธนาคารเห็นธุรกิจดีมากปล่อยเครดิต    ผมเอาไปซื้อรถยนต์  เพราะจำเป็นใช้ประหยัดกว่าจ้างรถรับจ้าง  หรือเท็กซี่
  • ผมรู้สึกความฝันเริ่มเป็นความจริง    เข้ามาทุกขณะ   เครื่องดนตรีผมได้ทะยอยซื้อ จนเต็มบ้าน  ทำงานเหนื่อยๆ   ก็ผ่อนคลายด้วยเล่นดนตรีมีความสุขมาก  ภูมิใจมากที่ผมมาจากความยากจน  กลายเป็นผู้มีรายได้ 6 หลัก มามือเปล่าแล้วมาซื้อบ้าน ซื้อรถได้ เพราะผมคิดและลงมือทำ  ในสิ่งที่ผมฝัน  ถึงมีได้ครับ..

 

  • จนบ้านทาวน์เฮาส์ผม กลายเป็นโรงพิมพ์ซิลสรีน ที่ทำงาน จนเต็มไปหมด งานก็ยิ่งเพิ่ม จำเป็นต้องย้าย   ไปเช่า อาคารพานิชย์ 5 ชั้น   รับพนักงานเพิ่มขยายกิจการ  จนมี พนักงานทั้งหมดเกือบ 30 คน  แล้วก็เปิดเป็นรูปของบริษัท  ได้ดั่งใจผมหวังครับ  ต่อมาซื้ออาคารพาณิชย์เอง  ไม่ต้องเช่าเขา
  • ได้ขยายตลาด  ได้กว้างขึ้นเมื่อเป็นนามบริษัท   ก็ได้ส่งสินค้าเข้าห้างสรรพสินค้า ทั่วกรุงเทพและต่างจังหวัดก็มี   ได้มีโอกาสรับงานจากบริษัทใหญ่ได้ด้วย

 

  • ช่วงปี 25535-25540 การค้าพุ่งแรงมาก  สามารถเก็บเงินสดๆบางวันๆ ละแสนบาทเลย  ผมก็ได้ซื้อทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเพื่อขยายกิจการ  และลงทุนเพิ่ม ผมคิดไว้ว่า   อายุ 45 ปี น่าจะเกษียณ์อายุหยุดการทำงานได้เลย  แล้วจะสร้างสรรค์งานดนดรี ศิลปะที่ผมรักและชอบ

 

วัย 40 ปี – ปัจจุบัน

  • หลังจากปี 25540 ธุรกิจเกิดสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ    ผมก็พยายามประคับประคอง ผมก็ยังพออยู่ได้   แต่กำไรค่อยข้างน้อยลงมาก เพราะลูกค้าสั่งสินค้าน้อย    และกดราคาลง  เกิดการแข่งขัน   ทางการตลาดอย่ารุนแรง  ใครมีเงินสำรองเยอะจะอยู่รอด  ผมไม่มี
  • นานเข้าหลายๆ ปีเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น ผมก็หมดเงินทุนหมุนเวียน ทรัพย์สินที่ผมซื้อไว้ก็ไม่ได้ซื้อเงินสด  ผ่อนทั้งหมด 3 หลัง   จะหาแหล่งเงินลงทุนใหม่  แบงค์ก็ไม่ปล่อยกู้อีกแล้วก็หาแลกเช็คธนาคารเพื่อมาหมุนเวียน    นานเข้าหาเงินใช้หนี้ไม่ทัน  ก็กู้นอกระบบอีก

 

  • สุดท้ายบ้าน 2 หลัง อาคารพานิชย์ 1  ได้ผ่อนบ้าง  ไม่ผ่อนบ้าง  นานไปอีกไม่ผ่อนเลย  ก็มีหมายศาล  มาติดประกาศที่บ้านที่ละหลัง  จนครบหมดทุกหลัง
  • ค่าใช้จ่ายมารอบด้านและดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ  รายรับกลับยิ่งน้อยลง และในที่สุดบ้าน และอาคารพาณิชย์ที่ตั้งบริษัท    ถูกยึดจากกรมบังคับคดีทั้งหมด  บริษัทผมก็ได้ปิดลงเมื่อปลายปี   25548

 

  • ระยะเวลาที่ผมเริ่มทำธุรกิจของผมเองทั้งหมด 16 ปี ผลลัพธ์ ทีได้มีหนี้สิน 10 กว่าล้าน
  • ผมจะสรุป…เล่าให้ฟังว่า…..เมื่อชีวิตผมเกิดวิกฤตอย่างสุดๆ   ทุกๆ ด้านรุมร้าวขนาดหนัก  มาพร้อมๆกัน ผมเสียอะไร

 

1.  ด้านการเงิน  ผมไม่มีเงิน  ค้นหาในบ้านหลายครั้งมีแค่เศษสตางค์ไม่กี่บาททั้งครอบครัว
.    พร้อมมีหนี้สิน 10 ล้าน    เจ้าหนี้ทวงถามผมเกือบทุกวัน   เป็นระยะเวลา  2 ปี

2.  ด้านสุขภาพ    ผมป่วยไม่มีสาเหตุไปหาหมอรักษาไม่หาย   อยู่ประมาณ 6 เดือนเศษ

3.  ด้านครอบครัว ลูกเข้าโรงเรียนไม่ได้ ทั้ง2คน อยู่ระดับประถม ไม่มีค่าเทอม ค้างค่าเทอม
.    อยู่ 2 ปี  ย้ายไปเรียนที่อื่นก็ไม่ได้    เพราะค้างค่าเทอมที่เดิม    ย้ายได้ต้องหาเงินมาจ่าย
.    ให้โรงเรียน   เกือบ 1 แสนบาท    ตอนนั้นแค่เงิน 100 บาท   ก็ยังยากเลย

4.  ด้านการงาน   บริษัทของผมเองเปิดมา 16 ปี  ได้ปิดตัวลง  ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ
   หลังปี 2540 เพราะขาดเงินทุนหมุดเวียน   ค้างค่าแรงพนักงาน ที่จะต้องจ่ายทดแทนอีก

5.  บ้าน  อาคารพาณิชย์  รถยนต์ ถูกยึดเรียบร้อย  มีหมายศาล ขึ้นศาลเป็นระยะๆ   บ้านที่
.    พักอาศัยหลังสุดท้าย  รออีก 6 เดือน ยึดอีก  กำลังยึดทั้งหมด  แต่หนี้สิ้นเพิ่มมากขึ้น

 

  • ในชีวิตผมมีการล้มเหลวเกิดขึ้นมาในชีวิตหลายครั้ง ทุกๆครั้งผมไม่เคยยอมแพ้มุ่งมั่นขยันอดทนลุกขึ้นสู้ต่อไปอีก  หาทางออกจนได้   ไม่ได้หาใหม่   ไม่คิดท้อ  แก้ปัญหาไปทุกสิ่งที่เราทำถ้าไม่ล้มเลิก   จะสำเร็จเสมอ ไม่ช้าก็เร็ว  อยู่ที่การแก้ปัญหาครับ

 

  • แต่ผมไม่เคยคิดถอย  ไม่ถอดใจ ไม่ยอมแพ้  ยังคงมุ่งมั่น  ยืนหยัด  เดินหน้าต่อไป  ใช้เวลา
    3 ปี ต่อมา ผมพลิก! วิกฤตสร้างธุรกิจที่มีรายได้มั่นคง   ด้วยมือของตัวเอง   สามารถปลดหนี้ได้เกือบหมด  ได้เปิดบริษัทขึ้นมาใหม่  ครั้งนี้พลิกโฉมใหม่ทั้งหมด ไม่ล้มอีกแล้วเพราะรู้เคล็ดลับ   ความล้มเหลวที่ผ่านมาเป็นบทเรียนที่มีค่า   เพื่อพัฒนาธุรกิจที่เหนือกว่า

 

  • อย่ารอให้เกิดวิกฤต  แล้วจะตัดสินใจลงมือทำ   มันอาจจะสายเกินไปสำหรับความเข้มแข็งของคุณ  แต่ผมได้ผ่านมันมาแล้ว   มันเป็นประสบการณ์ที่มีค่ายิ่ง  ผมพร้อมให้คำแนะนำ  เป็นเพื่อนที่ปรึกษาได้อย่างใกล้ชิดให้กับท่าน

 

  • ไม่มีใครประสบความสำเร็จได้หากไม่มีความมุ่งมั่น   ไม่เพียรพยายามอย่างสม่ำเสมอก็ไม่สามารถเอาชนะปัญหาอุปสรรคได้    ผมประสบความสำเร็จขึ้นมาได้  ผมต้องสวมหัวใจ  “นักสู้”  ครับ    สิ่งที่ผมสำเร็จและแนวทางเทคนิคต่างๆ     ผมพร้อมให้การแบ่งปันแก่ท่าน    เป็นที่ปรึกษา    เป็นโค้ชนำทาง  เมื่อท่านต้องการความช่วยเหลือจากผมตลอดไปครับ   ขอให้ท่านมีความสุข และโชคดีตลอดไปครับ…..

 

 

กรุณา…ลงทะเบียน,รับฟรี!แค่กรอก ชื่อ… อีเมล์… ด้านบนขวามือครับ

ท่านจะได้รับบทความพิเศษ  สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเท่านั้น (นอกเหนือบทความในเว็บนี้)

ท้ายนี้อย่าลืมแบ่งปันสิ่งดี ๆ ที่คุณได้รับให้กับคนที่คุณรู้จักด้วยนะครับ
โดยการคลิก  Like,  tweet ,  g+1, share,  แล้วแต่ความสะดวก ครับ
อย่าลืม แสดงความคิดเห็นด้านล่างบทความนี้ด้วยนะครับ เพราะความเห็น
ของท่านมีประโยชน์ผมจะนำไปปรับปรุงให้ดีขึ้นครับ  ขอขอบคุณมากครับ

แด่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของคุณ

วีระ  ศรีหะรัญ
086 3459746
sriharun@gmail.com

 

ลงหนังสือพิมพ์ธุรกิจเครือข่าย E-book

ตำนานชีวิตเผยแพร่ทางสื่อ

  “ความล้มเหลวมีมากเพียงใด ความสำเร็จย่อมมีค …

View page »

วีระ Thank

a ขอแสดงความยินดี Welcome! a ขอบคุณที่ลงทะเบียนนะครับ A …

View page »